โครงการแบ่งปันรอยยิ้มสู่ผู้สูงอายุ



 

 

โครงการแบ่งปันรอยยิ้มสู่ผู้สูงอายุ

*ลักษณะโครงการ

       โครงการใหม่                                                         

*ประเภทโครงการ

            1 ด้านการพัฒนาศักยภาพนักศึกษา

            2  ด้านการสร้างจิตสาธารณะ (จิตอาสา)

            3  ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

            4  ด้านเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม

         

–*ผู้รับผิดชอบโครงการ

            นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ทุกชั้นปีร่วมกับคณาจารย์คณะนิติศาสตร์  วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

 

*–หลักการและเหตุผล

            เนื่องจากสังคมไทยในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม การเมืองและวัฒนธรรม  รวมถึงความเป็นอยู่ซึ่งปัจจุบันการอาศัยอยู่เป็นระบบครอบครัวเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น  เห็นได้จากชุมชนชนบทจะมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่กับบุตรหลานวัยเด็กหรืออยู่ตามลำพัง  โดยบุตรหลานวัยรุ่นหรือวัยทำงานเข้าไปประกอบอาชีพและอาศัยอยู่ในเมืองหลวงเพิ่มมากขึ้น  ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวลดน้อยลง  ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลโดยตรงกับระบบครอบครัวไทยโดยกลุ่มผู้สูงอายุจะได้รับผลโดยตรงมากที่สุดและเพิ่มทวีความรุนแรงก่อให้เกิดปัญหามากขึ้นเนื่องจากผู้สูงอายุหรือคนชรามีความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันลดน้อยถอยลงหรือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  ทำให้ผู้สูงอายุมองคุณค่าในตนเองลดลง  มองตัวเองเป็นภาระให้กับบุตรหลาน เกิดภาวะซึมเศร้า  และเกิดการแยกตัวออกจากสังคม  จึงทำให้บุตรหลานมองว่าผู้สูงอายุไม่มีความสุขที่ต้องอาศัยอยู่กับบุตรหลาน  หรือในบางครั้งบุตรหลานเกิดความรู้สึกเบื่อไม่สามารถทนเห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ความรู้สึกของผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพังหรือพักอาศัยอยู่บ้านพักคนชราที่มีกลุ่มผู้สูงอายุรวมกันอยู่จำนวนมาก เมื่อมองภาพรวมคนส่วนใหญ่คิดหรือรู้สึกไปเองว่าผู้สูงอายุคงมีความสุขถ้าได้อยู่กับกลุ่มที่มีวัยอายุไล่เลี่ยกันมีเพื่อนวัยเดียวกัน  แต่สำหรับผู้สูงอายุนั้นการได้อยู่อาศัยที่บ้านพักคนชราคือการถูกทอดทิ้งในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการที่สุดคือการที่ได้อยู่กับบุตรหลาน หรือได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทางสังคมและความเจริญในหน้าที่การงานของบุตรหลาน การได้รับความรัก การได้รับความเอาใจใส่ และการยอมรับการเปลี่ยนแปลงของวัยให้บุตรหลานมีความเข้าใจเกี่ยวกับผู้สูงอายุมากขึ้น

          

–*วัตถุประสงค์

1.      เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้สูงอายุมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต และได้รับการดูแลทางด้านร่างกายและจิตใจ

2.      เพื่อสร้างจิตสาธารณะ (จิตอาสา) และส่งเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม

3.      เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาเล็งเห็นความสำคัญของสถาบันครอบครัวไทย และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

4.      เพื่อเป็นการพัฒนานักศึกษาด้านกิจกรรมการมีส่วนร่วม  มีภาวะผู้นำ กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง

–*ลักษณะของการดำเนินกิจกรรมโครงการ

          ขั้นเตรียมการ

1.      ประชุมปรึกษาระหว่างอาจารย์และนักศึกษาเพื่อวางแผนการดำเนินงาน

2.      ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่บ้านพักคนชรานักบุญโยเซฟ ขอนแก่น เพื่อขอจัดโครงการ

3.      ประชุมชี้แจงความรับผิดชอบและมอบหมายงานก่อนปฏิบัติงานจริง

4.      ประชาสัมพันธ์โครงการให้คณาจารย์ และนักศึกษาทุกชั้นปีภายในวิทยาลัยบัณฑิตเอเซียได้รับทราบรวมถึงศิษย์เก่าที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ

     –ขั้นตอนการดำเนินงาน

1.      การดำเนินการตามแผนที่วางไว้ตามรายละเอียดโครงการ

2.      การแสดงดนตรีจากนักศึกษาและกิจกรรมอื่นๆร่วมกับผู้สูงอายุ

3.      การเตรียมอาหารกลางวันสำหรับผู้สูงอายุและล้างทำความสะอาดภาชนะ

 

–     ขั้นสรุปผลและประเมินผล

1.      สรุปผลการดำเนินกิจกรรมโดยรวบรวมภาพกิจกรรม

2.      ประเมินผลโดยใช้ตัวชี้วัดเชิงบรรยาย จากแบบสอบถาม

–*กลุ่มเป้าหมายและจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

1.      นักศึกษาทุกคณะ/สาขา ทุกชั้นปี                                                         จำนวน  50  คน

2.      คณาจารย์วิทยาลัยบัณฑิตเอเชียทุกคณะ/สาขา                                     จำนวน  10  คน                                                                                  

 

**ช่วงเวลาปฏิบัติงานและสถานที่

            วันศุกร์ที่  7  ธันวาคม  2555         เวลา  09.00 น. - 12.00 น.

            ณ  บ้านพักคนชรานักบุญโยเซฟ  ขอนแก่น

 

 





โพสโดย อัครเดช กิ่งหลักเมือง
12/7/2012 5:24:40 PM

เว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้อง











วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
สถาบันในเครือ
เป็นสถาบันด้านการศึกษาและมูลนิธิ ศ.ดร.นพ.กระแส ชนะวงศ์ ก่อตั้งขึั้น สำหรับบริการด้านการเรียน ทั้งระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา รวมไปถึงศูนย์ฝึกอบรม ด้านการศึกษา มูลนิธิหมอกระแส ชนะวงศ์และสถาบันกระแสภิวัฒน์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนแก่คนรุ่นหลัง